fbpx

วัยทอง มารู้จักนิยามคำว่าวัยทองในผู้หญิง

วัยทอง ในผู้หญิงตามนิยามทางการแพทย์ ระบุไว้ว่า ผู้หญิงที่มีประจำเดือนหรือรอบเดือนขาดหายไปหรือไม่มาติดต่อกัน 12 รอบเดือน ถือว่าบุคคลนั้นหรือผู้หญิงคนนั้นเข้าสู่ภาวะวัยทอง แปลได้โดยง่ายๆก็คือ บุคคลนั้นมีโอกาสน้อยที่จะกลับมามีประจำเดือนได้อีก การเปลี่ยนแปลงของรอบเดือนในผู้หญิงจะส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง ที่ชื่อว่า “เอสโตรเจน” เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีอิทธิพลต่อระบบหลายๆ อย่างในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสมอง กระดูก ผิวหนัง เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนสร้างลดลงจึงส่งผลทำให้มีอาการต่างๆมากมายตามมา  ที่เรียกว่า “อาการวัยทอง” ซึ่งโดยแท้จริงแล้วสามารถแสดงอาการได้ทั้งที่มีประจำเดือนอยู่และหมดประจำเดือนไปแล้ว โดยทั่วไปอาการวัยทองจะพบมากในช่วงอายุ 45-55 ปี และใช้ระยะเวลาแสดงอาการรุนแรงโดยเฉลี่ย 1-4 ปี แต่บางรายอาจใช้ระยะเวลาแสดงอาการรุงแรงเป็น 10 ปีขึ้นไปก็มี

วัยทอง ในผู้หญิง

เข้าใจแหล่งที่มาและการทำงานฮอร์โมนเพศหญิงก็จะเข้าใจอาการ วัยทอง ในผู้หญิงได้มากขึ้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนถูกสร้างจากรังไข่ (Ovary) โครงสร้างของฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นอนุพันธ์ของกลุ่มสเตียรอยด์ จึงจัดเป็นเป็นสเตียรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายแบ่งได้ 3 ชนิด ในการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน จะมีคลอเลสเตอรอล (cholesterol) เป็นสารตั้งต้น ดังนั้น ถ้าร่างกายเราขาดคลอเลสเตอรอล ก็ย่อมมีผลกระทบต่างๆ ในกลไกการสร้างฮอร์โมนเอสโตเจนตามมา รังไข่ถือเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สำคัญ และมีการผลิตที่อวัยวะอื่นๆ อีก แต่มีปริมาณที่ผลิตได้ไม่มากนัก เช่น ต่อมหมวกไต เซลล์ประสาท เต้านม และในรก เป็นต้น

ด้านกลไกการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ผลิตได้จากรังไข่ อยู่ภายใต้การควบคุมของต่อมใต้สมอง และต่อมใต้สมองอยู่ภายใต้การควบคุมของสมองในส่วนไฮโปรทาลามัส ซึ่งสมองจะหลั่งคำสั่งออกมาพัฒนารังไข่มากสุดในช่วงนอนหลับลึก ดังนั้น การนอนหลับลึกที่ต่อเนื่องและเพียงพอ จึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการของรังไข่

การทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจนหลังจากถูกผลิตขึ้นที่รังไข่ จะถูกหลั่งเข้าสู่กระแสเลือด แล้วไปควบคุมอวัยวะเป้าหมายต่างๆให้ทำงานเป็นปกติ โดยผ่านตัวรับเอสโตรเจนที่มีอยู่ในอวัยวะเป้าหมายต่างๆ เช่น สมอง ผิวหนัง ระบบอวัยวะสืบพันธ์ ฯลฯ และสามารถแบ่งตัวรับเอสโตรเจนออกได้เป็น 3 ชนิด คือ ERa ,ERb ,GPR30

16 อาการ วัยทอง ในผู้หญิงที่ควรรู้

อาการวัยทอง ที่จะกล่าวดังต่อไปนี้รวบรวมจากตำราหลายๆที่มารวมกัน รวมถึงอ้างอิงจากประสบการณ์โดยตรงในการซักประวัติคนไข้ที่มีอาการ สำหรับอาการวัยทองในผู้หญิงนั้น ทุกๆคนเมื่อก้าวย่างเข้าสู่อายุ 40 ปีขึ้นมา ก็จะเริ่มปรากฏอาการอย่างใดอย่างหนึ่งแสดงออกมา หลายอาการหรืออาการเดียว ก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ขาดหายไป ซึ่ง 16 อาการวัยทองมีดังต่อไปนี้

1.อาการร้อนหรือหนาววูบวาบ

สำหรับอาการนี้บางคนมีอาการร้อนอย่างเดียว หรือ บางคนมีอาการหนาวอย่างเดียว แต่บางคนก็พบได้ทั้งสองอย่าง โดยจะมีอาการร้อนหรือหนาวขึ้นมาทันทีทันใดคล้ายๆ เหมือนมีความร้อนหรือไอเย็นอยู่ข้างในตัวเอง อาการที่เกิดขึ้นใช้ระยะเวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 1-5 นาที สามารถเกิดขึ้นได้หลายรอบต่อวันไปจนถึง 50 รอบต่อวัน อาการนี้จะไม่ขึ้นตรงกับสภาวะแวดล้อม ณ ตอนนั้น เช่น ทั้งๆ ที่อยู่ในห้องแอร์อากาศเย็น แต่ยังรู้สึกร้อนในร่างกาย และไม่เลือกช่วงเวลาในการแสดงออก โดยส่วนใหญ่บริเวณที่มีอาการร้อนหรือหนาว จะพบได้ตั้งแต่ลำตัวส่วนบนของร่างกายไปจนถึงใบหน้าหรือศีรษะ อาการร้อนหรือหนาววูบวาบจะพบเจอในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นหรือค่าเฉลี่ยสำหรับอาการนี้ประมาณ 1-4 ปี หลังจากนั้นอาการดังกล่าวก็จะไม่กลับมาเป็นอีก

เหตุผลของปัญหาร้อนหรือหนาววูบวาบ

ที่มาของปัญหา อาจยังไม่ทราบแน่ชัด แต่จากข้อมูลที่มีอยู่พอจะสรุปได้ว่า อาการดังกล่าวเกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างฉับพลัน ส่งผลให้สมองในส่วนไฮโปทาลามัสทำงานแปรปรวน ซึ่งสมองในส่วนไฮโปทาลามัสนี้ มีหน้าที่ส่วนหนึ่งในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เมื่อสมองในส่วนดังกล่าวแปรปรวนจึงส่งผลให้ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายผิดเพี้ยนไป โดยมีการชดเชยอุณหภูมิให้กับร่างกายที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสภาวะแวดล้อมในขณะนั้น จึงทำให้ร่างกายเกิดอาการร้อนหรือหนาวขึ้นมาอย่างผิดปกตินั้นเอง

เมื่อใดก็ตามทีเมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้ว อาการร้อนหรือหนาววูบวาบก็จะลดน้อยลง และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

2.อาการเหงื่อออกมากผิดปกติ

อาการเหงื่อออกมากผิดปกตินั้น เกิดขึ้นได้แม้ว่าในวันนั้นๆ อากาศจะร้อนไม่มากนัก โดยผู้ที่มีอาการนี้จะมีเหงื่อออกตามร่างกายมากกว่าปกติ ในบางคนมีเหงื่อออกมากเหมือนกับเพิ่งไปออกกำลังกายมา จนทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ สร้างความไม่มั่นใจและความรำคาญเป็นอย่างมากเมื่อต้องปรากฏตัวต่อหน้าสังคม หรือบางคนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมโดยอาบน้ำวันละหลายๆครั้ง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อาการเหงื่อออกมากผิดปกตินั้นจะพบเจอในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นหรือประมาณ 1-4 ปี หลังจากนั้นอาการดังกล่าวก็จะไม่กลับมาเป็นอีก

เหตุผลของปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ

เหตุผลของปัญหาเหงื่อออกมากนี้ ก็เป็นเหตุผลเดียวกันกับอาการร้อนวูบวาบ นั้นก็คือ เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างฉับพลัน ส่งผลให้สมองในส่วนไฮโปทาลามัสทำงานแปรปรวน ซึ่งสมองส่วนดังกล่าว มีหน้าที่ส่วนหนึ่งในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย เมื่อสมองในส่วนไฮโปทาลามัสแปรปรวนจึงส่งผลให้ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายผิดเพี้ยนไป โดยมีการชดเชยอุณหภูมิให้กับร่างกายโดยไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสภาวะแวดล้อมในขณะนั้น จึงผลทำให้ร่างกายเกิดอาการเหงื่อออกมากผิดปกตินั้นเอง

เมื่อใดก็ตามทีเมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้ว อาการเหงื่อออกมากก็จะลดน้อยลง และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

3.ภาวะนอนไม่หลับหรือหลับไม่ลึก

อาการนอนไม่หลับ เป็นอาการวัยทองที่พบในคนไทยมากที่สุด ลักษณะของอาการนอนไม่หลับที่แสดงออกมีหลายแบบ  อยากแรก  อาการนอนไม่หลับเลยซึ่งถือว่าค่อนข้างรุนแรง เพราะต้องพึ่งยานอนหลับหรือยาคลายเครียดจึงจะให้ร่างกายนอนหลับได้  อย่างที่สอง อาการนอนหลับยาก แต่ก็สามารถนอนหลับได้เพียงแต่ ใช้ระยะเวลาเตรียมตัวในการนอนหลับค่อนข้างนาน หรือเมื่อตื่นกลางดึกแล้วจะใช้เวลาในการนอนหลับต่ออีกครั้งค่อนข้างยาก อย่างที่สาม ผู้ที่เผชิญกับอาการวัยทองยังสามารถนอนหลับง่ายแต่ตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้ายังรู้สึกเหมือนนอนหลับได้ไม่เต็มอิ่ม โดยคนส่วนใหญ่จะเป็นประเภทนี้ค่อนข้างเยอะ และคิดว่าตัวเองยังนอนหลับได้เป็นปกติ แต่แท้จริงแล้วจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันที่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้ามากกว่าในอดีตที่ผ่านมา ความเหนื่อยหล้านี้ ยังส่งผลให้เกิดพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การนอนกลางวัน หรือหลังจากรับประทานอาหารกลางวันจะรู้สึกง่วงนอนง่ายมากขึ้น

ภาวะนอนไม่หลับหลายๆแบบดังกล่าวที่กล่าวมา เมื่อเข้าสู่ภาวะวัยทองแล้ว อาการนอนไม่หลับนี้จะไม่มีทางหายได้ เพียงแต่บางช่วงเวลา อาจนอนหลับดีขึ้นหรือบางช่วงเวลาต่อมาอาจนอนหลับแย่ลง เหตุผลของปัญหาภาวะนอนไม่หลับ

สาเหตุของปัญหานอนไม่หลับสามารถเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย แต่ในที่นี้ขอกล่าวถึงเฉพาะในส่วนของอาการวัยทองเท่านั้น กล่าวคือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีอิทธิพลต่อการสร้างสารสื่อประสาทชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า “ซีโรโทนิน” (serotonin)  ซึ่งสารซีโรโทนินนี้ เกี่ยวข้องโดยตรงกับการนอนหลับ โดยตัวมันเองเป็นสารตั้งต้นที่จะเปลี่ยนไปเป็นสารเมลาโทนิน ซึ่งสารเมลาโทนินนี้มีหน้าที่เหนี่ยวนำทำให้เกิดการนอนหลับลึก ดังนั้น ถ้าร่างกายมีการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงก็ส่งผลต่อการนอนหลับได้ ทำให้นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท สำหรับคนที่เข้าสู่ภาวะวัยทองแล้ว เมื่อร่างกายมีการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ภาวะนอนไม่หลับก็จะเป็นปัญหาไปตลอด เพียงแต่บางช่วงเวลาอาจดีขึ้นหรือแย่ลงได้ตามปริมาณเอสโตรเจนที่มีการสร้างออกมาในขณะนั้น

4.อารมณ์แปรปรวน

อารมณ์แปรปรวนเป็นภาวะหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวัยทอง โดยผู้ที่มีภาวะดังกล่าวอาจจะไม่รู้สึกตัวเองว่ามีอารมณ์ที่แปรปรวน แต่จะมีคนรอบข้างจะเป็นกระบอกเสียงที่สะท้อนกลับมาภาวะด้านอารมณ์ของเรานั้นเปลี่ยนไป

ความแปรปรวนทางอารมณ์นี้จะแสดงออกได้สองลักษณะ อย่างแรก คือ จะมีภาวะอารมณ์หงุดหงิดและฉุนเฉียวง่ายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน หรืออย่างที่สองมีภาวะอารมณ์ซึมเศร้าง่ายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตัวอย่างของอารมณ์ซึมเศร้า เช่น นั่งอยู่เฉยๆ ก็ร้องไห้ขึ้นมา ได้ ทั้งๆ ที่ไม่มีไม่มีเรื่องเศร้าใจอะไรที่ต้องร้องไห้ได้เลย บางคนจะเป็นคนคิดมาก บางคนก็คิดเล็กคิดน้อยมากขึ้นกว่าเดิม หรือบางครั้งรู้สึกเบื่อหรือเซ็งในชีวิต จิตใจห่อเหี่ยวไม่อยากทำอะไร ก็เป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ซึมเศร้า อารมณ์ซึมเศร้านี้เป็นมากๆและนานวันเข้าก็มีโอกาสที่บุคคลนั้น คิดจะฆ่าตัวตายได้ ดังจะเห็นตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์

เหตุผลของอารมณ์แปรปรวน

เมื่อเข้าสู่วัยทองฮอร์โมนเอสโตรเจนสร้างจากรังไข่ก็จะมีการผลิตลดลงซึ่งจะไปมีผลให้สารสื่อประสาทที่ชื่อว่า “เซโรโทนิน” (serotonin) ลดลงตามมา เนื่องด้วยสารเซโรโทนินนี้เองมีหน้าที่ไปควบคุมการทำงานของสมองในด้านจิตใจ จึงไปมีอิทธิพลให้เกิดอาการซึมเศร้าง่าย เครียด หงุดหงิดและฉุนเฉียวง่าย

5.อาการเวียนศีรษะ

ในผู้ที่มีอาการวัยทองบางคนจะมีอาการเวียนศีรษะหน้ามืด ใจสั่น หรือในบางคนมีอาการเหมือนจะมีไข้ต่ำๆ หรือมีอาการปวดหัวข้างเดียวร่วมตามมาด้วย อาการเหล่านี้อาจพบได้เป็นพักๆ ในระหว่างวัน หรือตลอดทั้งวัน หรือบางรายก็มีอาการเป็นระยะเวลายาวนาน

เหตุผลของอาการเวียนศีรษะ

สาเหตุของอาการเวียนศีรษะอาจเกิดได้หลายปัจจัย ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่าในผู้ที่มีอาการวัยทองนั้นจะมีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วยอยู่แล้ว เมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนจึงส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะได้ และบางครั้งก็อาจมาจากเหตุปัจจัยอื่นๆ กล่าวคือ เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างฉับพลัน ก็ส่งผลให้สมองในส่วนไฮโปทาลามัส(hypothalamus) ทำงานแปรปรวนซึ่งจะไปมีผลต่อการควบคุมการเต้นของหัวใจ ความดันของร่างกาย จึงเกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น ตามที่กล่าวมาได้

6.ผิวแห้ง และมีฝ้า กระ

อาการผิวแห้งแห้งกร้านนี้ จะเป็นอาการวัยทองที่ค่อยๆมีพัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไป และจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆตามอายุที่เพิ่มขึ้น อาการผิวแห้งกร้านเมื่อเป็นมากๆบางคนจะมีอาการคันยุบยิบทั่วร่างกายเหมือนมีแมลงกัดตามตัว นอกจากนั้นแล้วผิวแห้งกร้านหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าผิวที่บางลง ผิวที่บางลงจะมีผลให้เกิดการแพ้ต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น เช่น น้ำยา แชมพู ต้นหญ้า ที่เคยใช้หรือสัมผัสอยู่เป็นประจำ อยู่ๆก็เกิดอาการแพ้ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ผิวแห้งกร้านและบางลงเมื่อเป็นนานๆ ก็จะมีโอกาสก่อให้เกิดฝ้าและกระตามมาอีกด้วย

เหตุผลที่ผิวแห้งกร้าน เป็น ฝ้า กระ

“เอสโตรเจน” เป็นฮอร์โมนที่มีอิทธิพลต่อการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงก็จะไปส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวลดลงเช่นกัน ก่อให้เกิดผิวบาง เมื่อผิวบางก็จะมีโอกาสที่ผิวสูญเสียความชื้นในอากาศได้ง่าย ทำให้ผิวแห้งกร้านและเป็นขุยในเวลาต่อมา การที่ผิวบาง การปกป้องของผิวก็จะมีประสิทธิภาพลดลง เป็นเหตุให้ผิวแพ้ต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ ง่ายมากขึ้น รวมไปถึงการปกป้องจากแสงแดดก็จะลดน้อยถอยลง ทำให้ผิวมีการสร้างเมลานินที่เพิ่มขึ้น ผิวจึงมีสีคล้ำ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “การเกิดฝ้า” สำหรับการเกิดกระนั้น มีสาเหตุมาจากการที่ผิวมีกระบวนการสร้างเซลล์ผิวที่ผิดปกติไปจากเดิม เมื่อเวลาล่วงเลยนานไป ยิ่งร่างกายมีกระบวนการสร้างเซลล์ผิวที่ผิดปกติไปจากเดิมไปเรื่อยๆก็จะทำให้ปริมาณกระ เพิ่มมากขึ้นไปตามเวลา

7.เล็บเปราะบาง

ป็นอาการที่อาจจะสร้างความรำคาญใจน้อยที่สุด ในบรรดาอาการวัยทองต่างๆ เพียงผู้ที่มีอาการดังกล่าวตัดเล็บให้สั้นลงก็จะช่วยบรรเทาอาการอาการเล็บเปราะบาง ฉีกขาดง่าย ลงได้

เหตุผลที่เล็บเปราะบาง

อาการเล็บเปราะบางมีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนมีอิทธิพลต่อความชุ่มชื้นของผิว ดังนั้น เมื่อผิวสูญเสียความชุ่มชื้นไป จะส่งผลให้เล็บเปราะหรือฉีกขาดง่ายตามมา

8.ผมร่วงง่ายผิดปกติ

อาการผมร่วงเป็นอาการหนึ่งที่หลายๆ คนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เป็นหนึ่งในอาการวัยทองในผู้หญิง โดยธรรมชาติแล้วอาการผมร่วงมากผิดปกติในอาการวัยทองนั้น มีสาเหตุการเกิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือการระคายเคืองบนหนังศีรษะ ผู้หญิงจะมีผมร่วงในหนึ่งวันมีค่าเฉลี่ยคือ 100-120 เส้น โดยสังเกตเห็นจาก เวลาหวีหรือสระผม จะร่วงที่พื้นหรือติดหวีมากกว่าปกติที่เคยเป็น ถ้าพบว่ามีผมร่วงมากกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าวก็จะถือว่ามีผมร่วงมากผิดปกติ

เหตุผลที่ผมร่วงง่ายผิดปกติ

ต้นเหตุที่ผมร่วงง่ายผิดปกตินั้น มาจากคอลาเจนใต้ผิวในชั้นหนังแท้ลดลง โดยคอลาเจนใต้ผิวเป็นที่ยึดเกาะของรากผม เมื่อคอลาเจนลดลง จนชั้นของคอลาเจนบาง รากผมจึงมีพื้นที่ยึดเกาะน้อย ไม่แข็งแรง ส่งผลให้ผมร่วงง่ายผิดปกติ และกลไกที่เป็นต้นเหตุสำคัญที่สุด ที่ทำให้คอลาเจนสร้างลดลงนั้น เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สร้างจากรังไข่ลดลงนั้นเอง

9.อาการช่องคลอดแห้ง

อาการช่องคลอดแห้ง โดยลักษณะอาการนี้จะมีอาการระคายเคืองเกิดขึ้น เมื่อมีกิจกรรมเคลื่อนไหว เช่น ยืน เดิน นั่ง หรือการเสียดสี โดยจะระคายเคืองได้ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งรายที่เป็นมากจะมีการระคายเคืองเกิดขึ้นทั้งภายนอกและภายใน ส่วนรายที่เป็นน้อยจะเป็นเฉพาะแค่ภายในเท่านั้น ซึ่งอาการช่องคลอดแห้งนั้น เป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจกับผู้มีอาการค่อนข้างมาก และ มีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวอยู่พอสมควร ถ้าฝ่ายสามีขาดความรู้เข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น

เหตุผลของปัญหาช่องคลอดแห้ง

ต้นเหตุที่ช่องคลอดแห้งและมีอาการระคายเคือง เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนไปมีอิทธิพลต่อการทำงานของต่อมบาร์โธลิน(bartholin gland) และการสร้างเยื่อบุผิวภายในช่องคลอด เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง จึงส่งผลให้ต่อมบาร์โธลินสร้างสารคัดหลั่ง และเยื่อบุผิวภายในช่องคลอดที่ลดน้อยลง ส่งผลให้ช่องคลอดแห้งและผนังช่องคลอดบางลงในที่สุด เมื่อมีกิจกรรมเคลื่อนไหวหรือเสียดสี จึงมีอาการระคายเคืองตามมา

10.ประจำเดือนมาผิดปกติ

อาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือผิดปกติจากเดิมที่เคยเป็นจะมีอาการที่เกิดขึ้น ได้ 2 ลักษณะ อย่างแรก คือ การที่ยังคงมีรอบประจำเดือนมาตรง 28 วันตามปกติ แต่ปริมาณของประจำเดือนมาลดน้อยถอยลงไปจากเดิม อย่างที่สอง คือ การมาของรอบประจำเดือนมีการเลื่อนเข้าหรือออกมาไม่ตรงรอบ 28 วัน เช่น จาก 28 วันเป็นครั้ง ก็เปลี่ยนเป็น 20 วันเป็นครั้งเป็นต้น หรือ จาก รอบ 28 วันเป็นครั้ง ก็เปลี่ยนเป็น 35 วันเป็นครั้งเป็นต้น หรือมีการเลื่อนเข้าออกของรอบประจำเดือนแบบสลับกันก็ได้ กล่าวคือ บางเดือนอาจมีการเลื่อนเข้า บางเดือนอาจมีการเลื่อนออก เป็นต้น

เหตุผลของประจำเดือนมาผิดปกติ

ในรังไข่แต่ละข้างของผู้หญิงจะมีไข่ประมาณห้าแสนฟอง ซึ่งจะมีมาแต่กำเนิด และเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ ไข่นั้นก็จะทยอยตกในแต่ละรอบเดือน เดือนละใบ ครั้นเมื่ออายุมากขึ้นไข่ที่มีมาแต่กำเนิดนั้นก็อาจมีสภาพที่ไม่สมบูรณ์เหมือนตอนหนุ่มสาว ก็ส่งผลให้กระบวนการพัฒนาการของไข่จนกระทั้งไข่ตก เปลี่ยนไป บางเดือนก็จะตกช้า บางเดือนก็จะตกเร็ว หรือ ไม่ตกเลย ก็จะทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติไปจากเดิมนั้นเอง

11.อาการหลงลืมง่าย

อาการหลงลืมง่าย อาการนี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้ที่เป็นอาจจะไม่ค่อยรู้ตัวนักในระยะเริ่มต้น แต่ถ้ารู้ตัวแล้วมักจะมีอาการที่ค่อนข้างเยอะ โดยที่อาการหลงลืมนี้ จะเกิดขึ้นกับความจำระยะสั้น เช่น นึกชื่อเพื่อนที่เคยเพิ่งคุยกันไม่นานมานี้ไม่ออก แต่จำหน้าได้, วางของไว้ตรงนั้นตรงนี้แล้วนึกไม่ออก ว่าวางไว้ตรงไหน แต่อาการหลงลืมนี้จะไม่เป็นสำหรับความจำในอดีตที่ฝังใจมากๆในเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา เช่น เหตุการณ์สะเทือนขวัญหรือประทับใจที่เกิดขึ้นมานานเป็นปีๆแล้ว ก็ยังสามารถเล่าเรื่องราวรายละเอียดได้ดีอยู่ นอกจากอาการหลงลืมแล้ว ยังมีอาการเพิ่มเติมบางอย่าง เช่น การคิดหรือการทำความเข้าใจในเรื่องราวที่ซับซ้อนได้ช้าลง เนื่องจากเรื่องราวนั้นๆต้องใช้สมาธิหรือความจำที่สูง สำหรับอาการหลงลืมในระยะสั้นนี้ เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ก็จะมีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้

เหตุผลของอาการหลงลืมง่าย

ต้นเหตุของอาการหลงลืมง่าย มาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ที่ไปมีผลต่อการสร้างสารสื่อประสาทในสมอง สารสื่อประสาทเหล่านี้มีอิทธิพลต่อกลไกการเรียนรู้การจดจำ ซึ่งเมื่อสารสื่อประสาทเหล่านี้ลดหายไป กลไกการเรียนรู้การจดจำก็จะลดประสิทธิภาพลงตามมา ทำให้เกิดอาการหลงๆลืม สำหรับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ขาดหายไปนี้ ยังไปมีผลโดยตรงต่อการบาดเจ็บของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทถูกทำลายไป เมื่อระยะเวลาของการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนถูกดำเนินการยืดยาวนานแค่ไหน ก็จะส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้สูงตามนั้น

12.โรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนในวัยทองนั้น เป็นโรคที่มีระยะเวลาดำเนินการของโรคที่ยาวนาน แบบค่อยเป็นค่อยไป กว่าจะเรียกว่าโรคกระดูกพรุนนั้น อาจใช้ระยะเวลาเป็นสิบปี และโอกาสที่พบเจอในเพศหญิงสูงกว่าเพศชายมาก โดยเริ่มต้นจะเรียกว่ากระดูกบาง ก่อนจะเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุน ทั้งกระดูกพรุนและกระดูกบาง ไม่มีอาการของโรคแสดงออก แต่จะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุกระดูกหักหรือทรุดได้ง่ายเมื่อกระดูกนั้นบางหรือถึงกระดูกพรุนแล้ว สำหรับค่าที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการบ่งบอกว่ากระดูกปกติ กระดูกบาง หรือ กระดูกพรุน ทางการแพทย์จะวัดในรูปของค่า ทีสกอร์(T-score) กระดูกของคนปกติจะมีค่าไม่ต่ำกว่า 1 เอสดี สำหรับกระดูกบางจะมีค่า -1 ถึง -2.5 เอสดีและกระดูกพรุนจะมีค่าต่ำกว่า -2.5 เอสดี

เหตุผลของโรคกระดูกพรุน

สาเหตุของโรคกระดูกพรุนมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่รับประทาน หรือเกิดจากต่อมไทรอยด์เป็นพิษ แม้กระทั่งการอยู่แต่ในที่ร่มของผู้สูงอายุจึงทำให้ขาดวิตามินดี แต่ปัจจัยที่สำคัญที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุที่เป็นสตรีวัยทองนั้น ก็คือ การที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สร้างจากรังไข่มีปริมาณลดลง ซึ่งจะไปมีผลโดยตรงต่อกลไกการเพิ่มเนื้อมวลกระดูก ส่งผลให้กลไกการเพิ่มเนื้อมวลกระดูกหยุดชะงักลง จึงเป็นที่มาของกระดูกพรุน นอกจากนั้นแล้ว ยังจะไปมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTH) ที่ควบคุมการดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้ และยับยั้งการสลายตัวของแคลเซียมออกจากมวลกระดูก

13.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดในข้อและกระดูก

ลักษณะอาการเมื่อยนั้น จะมีอาการคล้ายคนเมื่อยตลอดเวลา ซึ่งแต่ละคนจะมีจุดเมื่อยแตกต่างกันไป ตามกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา คอ หลัง เป็นต้น อาการเมื่อยของกล้ามเนื้อบางคนก็ใช้บริการนวดตัวที่เปิดบริการทั่วไป แต่การนวดก็เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้เป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้น หลังจากนวดเสร็จไม่นาน ก็จะกลับมามีอาการเมื่อยเช่นเดิมอีก ในเวลาไม่นานนัก นอกจากนั้นแล้วบางคนจะมีอาการปวดในข้อและกระดูกร่วมด้วย โดยจะมีอาการเหมือนปวดลึกๆในกระดูก

เหตุผลของการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดในข้อและกระดูก

เนื่องจากฮอร์โมนเพศควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยเพศชายจะมีลักษณะกล้ามเนื้อใหญ่ เพศหญิงจะมีลักษณะกล้ามเนื้อเล็ก ดังนั้นเมื่อฮอร์โมนเพศที่ชื่อว่าเอสโตรเจนลดน้อยถอยลงก็จะส่งผลต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อมีการหดตัวก็จะส่งผลให้มีการเกร็งของกล้ามเนื้อ เมื่อยล้าตามมา

สำหรับอาการปวดในข้อและกระดูก สาเหตุลึกๆอาจจะยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัด แต่สำหรับข้อมูลที่มีอยู่ น่าจะเกิดจากการสลายตัวของกระดูกมากเกินไป ที่เกิดจากการลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างฉับพลัน

14.อาการเหมือนมีไฟฟ้าช็อตตามร่างกาย

อาการเหมือนมีไฟฟ้าช็อตตามร่างกายเป็นอาการที่พบเจอได้เป็นบางคน ลักษณะเหมือนคนโดนไฟฟ้าบ้านช็อต โดยระยะเวลาการช็อตจะกินเวลาไม่นานมากนัก และในวันหนึ่ง อาจเกิดขึ้นได้หลายๆครั้ง แต่ไม่ได้สร้างอันตรายอะไร เว้นแต่ก่อให้เกิดความรำคาญซึ่งจะไปมีผลเสียต่อสุขภาพจิตของคนเป็น

เหตุผลของอาการเหมือนมีไฟฟ้าช็อตตามร่างกาย

ต้นเหตุของการมีอาการเหมือนมีไฟฟ้าช็อตตามร่างกายยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัดในข้อมูลปัจจุบัน แต่ก็อาจสันนิฐานได้ว่าเกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงไป แล้วไปมีผลต่อสมองในส่วนของไฮโปรทาลามัสให้เกิดการแปรปรวน จึงทำให้มีอาการไฟฟ้าช๊อตออกมา

15.ปัสสาวะบ่อย แสบและกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

โดยปกติของคนเราจะปัสสาวะ 4-6 ครั้งในช่วงกลางวัน และ 0-1 ครั้งในช่วงกลางคืน โดยอาการวัยทองในอาการนี้จะพบว่ามีการปัสสาวะบ่อยกว่าค่าในคนปกติในค่าที่กล่าวมา นอกจากปัสสาวะบ่อยแล้ว สำหรับคนที่เป็นมากๆ เมื่อไอหรือจามจะทำให้ปัสสาวะเล็ดได้ การปัสสาวะแต่ละครั้ง ในบางรายจะมีอาการแสบขณะปัสสาวะร่วมอยู่ด้วย และมักจะเป็นเกือบจะทุกคนในผู้หญิงสูงวัย ทำให้การปัสสาวะแต่ละครั้งจะทรมานอย่างมาก

เหตุผลของปัสสาวะบ่อย แสบ และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

สำหรับเหตุผลในเรื่องนี้สาเหตุก็มาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงนั้นเอง โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนไปมีอิทธิพลต่อการสร้างเนื้อเยื่อบุผิวและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทุกชนิดในร่างกาย ทำให้เนื้อเยื่อบุผิวในช่องคลอดบางลง และหูรูดปัสสาวะขาดความยืดหยุ่น จึงเป็นที่มาของการกลั่นปัสสาวะได้ไม่ดี ทำให้ปัสสาวะบ่อยและแสบตามมา

16.คอเลสเตอรอลสูง ลงพุงง่าย

สำหรับปัญหาคอเลสเตอรอลสูงนั้นโดยความเป็นจริง เราจะไม่รู้ตัวเลยจนกว่าเราต้องมีเหตุให้ต้องไปตรวจสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นตรวจสุขภาพประจำปีหรือต้องตรวจเลือดเพื่อเอาไปประกอบการวินิจฉัยโรคต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่จะมองเห็นได้เด่นชัดนั้นก็คือ การอ้วนลงพุงง่ายอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่รับประทานอาหารและออกกำลังกายตามปกติ นอกจากการอ้วนลงพุงง่ายแล้ว เมื่อนานวันปัญหาอย่างหนึ่งที่จะตามมานั้นก็คือ ค่าความดันโลหิตที่เปลี่ยนแปลงไปในแนวโน้มที่สูงขึ้น

เหตุผลของคอเลสเตอรอลสูง ลงพุงง่าย

เหตุผลที่คอเลสเตอรอลสูง สาเหตุก็มาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มาจากรังไข่สร้างลดลง เมื่อการสร้างฮอร์โมนลดลง การเผาผลาญคอเลสเตอรอลก็ลดลงตามมาเช่นกัน เพราะกระบวนการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนจำเป็นต้องใช้คอเลสเตอรอลเป็นสารตั้งต้น และอีกส่วนหนึ่งก็เกิดจากฮอร์โมนเอสโตเจนไปมีอิทธิพลต่อการสร้างเนื้อเยื่อบุผิวต่างๆในร่างกาย เมื่อกลไกการสร้างเนื้อเยื่อบุผิวลดลง การเผาผลาญคอเลสเตอรอลก็ย่อมลดลงตามมาเช่นเดียวกัน เพราะองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์จำเป็นต้องใช้คอเลสเตอรอลเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง

ส่วนการลงพุงง่ายนั้น เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงไป ไปมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสมดุลระหว่างฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งจะส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายมีบทบาทมากขึ้น ดังนั้นต่อมไขมันที่บริเวณหน้าท้องก็จะทำงานมากขึ้น เมื่อรับประทานอาหารหรือออกกำลังกายเท่าเดิม แต่ไขมันก็จะมีการสะสมง่ายมากขึ้น

ทางเลือกทดแทนฮอร์โมนในผู้หญิงมีอะไรบ้าง
สำหรับปัญหา วัยทอง ในผู้หญิงนั้น ทั้ง 16 อาการวัยทอง โดยสรุปเกิดจากภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งทางออกที่จะแก้ไขปัญหาอาการวัยทองให้บรรเทาลงได้ ก็คงจะหนี้ไม่พ้นการได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน สำหรับชนิดของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นในที่นี้แบ่งออกแบบกว้างๆเป็นสองชนิดคือ

1.ฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์ (Estrogen Synthetic) มีด้วยกันหลายๆรูปแบบเป็นสารในกลุ่มของสเตียรอยด์ จากงานวิจัยหลายๆที่ มีข้อสรุปก็คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์ เมื่อรับประทานไประยะเวลานานระดับหนึ่ง จะมีความสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นเนื้อร้ายที่เต้านมและมดลูกมากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นการเลือกรับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์ อาจต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ผู้เชียวชาญด้วย

2.ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ( Natural estrogen) โดยส่วนใหญ่มาจากพืช โดยสารออกฤทธิ์ในกลุ่มนี้จะใช้ชื่อว่าไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ตัวอย่างเช่น ถั่วชนิดต่างๆ น้ำมะพร้าว กระชาย เมล็ดลินิน เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ในกลุ่มนี้จะถือได้ว่ามีความปลอดภัยสูงกว่ากลุ่มฮอร์โมนสังเคราะห์ เนื่องจากไฟโตเอสโตรเจนไม่เป็นสารในกลุ่มสเตียรอยด์ และฤทธิ์ความแรงเอสโตรเจนของไฟโตเอสโตเจนก็มีฤทธิ์อ่อนกว่าฮอร์โมนสังเคราะห์อย่างมาก จึงเป็นข้อดีในด้านความปลอดภัย

ทางเลือกจากธรรมชาติ 100% แก้อาการวัยทองในผู้หญิงด้วยผลิตภัณฑ์ดีโตเจน

เป็นที่ทราบแน่ชัดแล้วว่าการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อทดแทนการขาดหายไปของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ได้จากพืชที่มีสารไฟโตเอสโตเจนจะมีความปลอดภัยต่อสุขภาพระยะยาวสูงกว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ดีโตเจนคำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงได้คัดสรรวัตถุดิบจากพืชสมุนไพรแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นในแง่ของคุณภาพทางบริษัทได้มีการคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และ กระบวนการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ให้ได้สารออกฤทธิ์มากที่สุดและเพียงพอต่อการนำไปใช้ทดแทนฮอร์โมนเอสโตรเจนในสุภาพสตรีวัยทอง ทั้งนี้ตัวผลิตภัณฑ์ก็ได้รับการรับรองจาก สำนักงานอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขอีกด้วย ในเบื้องต้น

Facebook Comments

You may also like...

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

shares